Frauleinfaust View my profile

[EWAW] Willkommen bei Köln

posted on 19 May 2013 13:58 by bitter-kurosuiren

**คำเตือน : เอนทรี่นี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับออริจินัลคาแร็คเตอร์ที่มีต้นแบบมาจาก Axis Powers Hetalia ซึ่งในที่นี้เป็นเมือง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ องค์กร ประเทศ หรือเหตุการณ์ที่มีอยู่จริง หากใครอ่อนไหวต่อเรื่องทำนองนี้กรุณาปิดเอนทรี่นี้ไปค่ะ

**หมายเหตุ : รูปเยอะ และโหลดโหดมาก 

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ 


รหัสนักเรียน : 131034

ชื่อเมือง/ชื่อประเทศ : Cologne , Germany

ชื่อมนุษย์ : Charles Kirche Beilsmcdt

 

ก่อนอื่นก็ Guten Tag ครับ..  แปลว่าสวัสดีในภาษาของผม หรือเมืองโคโลญ (แต่พี่น้องเรียกว่าเคิร์น) *ดันแว่น* ในตอนนี้หน้าที่ของผมคือพาคุณ A ไปเที่ยวที่บ้าน (น้ำเสียงดูมีความสุขเพราะจะได้กลับบ้านแล้ว)  

ผมลงเครื่องที่นี่ โดยใช้เวลาในการบินไม่นานนักเท่าไหร่นัก…

ขึ้นเครื่องมาโดยสายการบิน Lufthansa Airline

Tag 1 (Tag - วัน) 

 photo ap_zpsef4cdef5.jpg

 http://c1038.r38.cf3.rackcdn.com/group4/building31554/media/02bgmqp.jpg

 

ลงเครื่องที่ Flughafen (สนามบิน)  Köln Bonn Airport และคุณ A ก็มากับผมด้วยครับ อันที่จริงแล้วผมอยากลงที่สนามบินอื่นที่ใกล้กว่านี้และนั่งรถไฟมา เพราะในช่วงนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิ และผมชอบอากาศแบบนั้นที่สุด ผมคิดว่าเอาไว้หลังจากที่เที่ยวในเมือง (เขียนจดบันทึกเอาไว้)

 

สำหรับคุณ A แล้วเขาเป็นคนที่แปลกๆและอัธยาศัยดีทีเดียว (แต่เขาพูดไม่มากนัก) และมีตัว A ตัวใหญ่ๆอยู่บนใบหน้า.. 

โชคดีที่ภาษาอังกฤษของผมสำเนียงไม่แปร่งหูมากนัก จึงสามารถสื่อสารกับเขาได้

โดยปกติเขาจะแต่งตัวด้วยเสื้อฮาวาย แต่ก่อนที่จะมาผมบังคับให้เขาใส่เสื้อผ้าสุภาพแบบสากล เพราะทริปนี้ต้องแวะศาสนสถานอยู่เยอะเหมือนกัน

…..จะว่าไปผมก็ไม่อยากให้คนอื่นแตกตื่นกันมากกว่า แม้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิอากาศจะอบอุ่น แต่ผมไม่แน่ใจเรื่องเกี่ยวกับการทนอากาศของคนอื่นจริงๆ โดยเฉพาะคุณ A ที่โตมาบนเกาะ

และบ้านผมเองก็มีวงดนตรีพื้นบ้านคล้ายๆร็อคอย่าง บริงส์ (Brings) อย่างที่ส่วนมากเขาจะให้ไปเล่นในงานสำคัญต่างๆ เมื่อพวกเขาไปอยู่กันที่เมืองอื่นแล้วคิดถึงบ้านเกิด เพราะว่าที่บ้านของผมจะใช้ภาษาถิ่น (สำเนียงการพูดของผมจะแตกต่างจากคนอื่นนิดหน่อย [‘] v [‘])

 


เมื่อมาถึงที่แล้วจะพบกับ..

 

(Hauptbahnhof = สถานีรถไฟหลัก) 

ทางด้านขวาของที่นี่เป็นสถานีรถไฟ ปกติผมจะใช้รถไฟสัญจรเป็นหลัก  นอกจากนี้ยังวิ่งได้ข้ามประเทศและระบบนับว่าดี มีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ แต่ค่าตั๋วจะแพงไปหน่อยตามค่าครองชีพ แต่ต่อเวลารถได้แค่ 6 นาทีก่อนออกจากชานชลา การตรงต่อเวลานี่สำคัญมากที่สุด (แนะนำเผื่อเขาจะไปเที่ยวที่อื่นด้วย)

และเมื่อขึ้นไปข้างบนจะเห็น Domplatte เป็นลานกว้างๆ อยู่ด้านบนสถานีรถไฟ ตรงนี้จะมีผู้คนมาพบปะกัน และบางครั้งจะมีคนมาแสดงดนตรี เล่นตลก หรือพวกโชว์เปิดหมวกทำนองนั้นด้วยนะครับ

...แต่ดูท่าว่าตอนนี้จะไม่มีแฮะ 


http://www.wiese.info/data/media/8/P5130010.JPG

และมาถึงที่นี่แล้วครับ “มหาวิหารแห่งโคโลญ” (Cologne Cathedral)

http://www.cathnewsusa.com/wp-content/uploads/2012/08/A-must-on-trip-to-Germany-%E2%80%93-Visit-the-Cologne-Cathedral.jpg

http://www.oknation.net/blog/home/user_data/file_data/201205/14/58218d40c.jpg

 

ถือว่าเป็นแลนด์มาร์กของบ้านผมเลยก็ว่าได้ เป็นศาสนสถานของนิกายโรมันคาธอลิก เดิมทีเป็นที่สถานที่ประทับของอาร์คบิชอปแห่งโคโลญในสมัยยุคกลาง (อดีตเจ้านายคนนึงของผม) เลยก็ว่าได้.. อีกทั้งนอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ประพิธีกรรมของสามมหากษัตริย์แห่งจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์และเป็นสถานที่เก็บหีบสามกษัตริย์อีกด้วยครับ..  (หีบสามกษัตริย์คือหีบที่ว่ากันว่าบรรจุกระดูกของสามกษัตริย์ (Three Magis) หรือเรียกอีกอย่างว่านักปราชญ์ ที่มาเฝ้าพระกุมารเยซูเมื่อวันประสูติ)

http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/f0/K%C3%B6ln_Dreik%C3%B6nigsschrein.JPG/285px-K%C3%B6ln_Dreik%C3%B6nigsschrein.JPG

สถาปัตยกรรมของที่นี่เป็นแบบกอธิค (Gothic) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมโค้งแหลม เพดานสัน และ ค้ำยันแบบปีกที่ค่อนข้างแพร่หลายในแถบบ้านของผมในช่วงยุคกลาง เคยมีการหยุดก่อสร้างแล้วต่อเติม ใช้เวลาเกือบๆ หกร้อยปีกว่าที่จะสร้างเสร็จ


http://www.oknation.net/blog/home/user_data/file_data/201205/14/58218ed73.jpg

ตรงนี้คือแปลนการสร้างภายในโบสถ์ครับ.. 

อันที่จริงที่นี่ในช่วงสงครามโลกถูกสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดลงมา แต่ยังคงตั้งอยู่ได้ …และถูกซ่อมแซมในเวลาต่อมาครับ.. (เล่าตรงนี้ด้วยน้ำเสียงมาคุและเย็นชาสุดๆ) ผิดกับบ้านเรือนโดยรอบที่ถูกทำลายจากแรงระเบิดไปมากมาย..

 

http://www.thewordofmatus.com/wp-content/uploads/2011/09/cologne-cathedral-wwii.jpg

                (กระแอม) ส่วนจุดประสงค์ในการสร้าง มหาวิหารนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้นักบุญซีโมนเปโตรและพระนางมารีย์พรหมจารี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี 1993 ครับ

                ช่วงนี้ยังคนน้อยอยู่ ผมเตือนคุณ A ตั้งแต่ตอนขึ้นเครื่องด้วยแล้วว่าระวังมิจฉาชีพที่แฝงตัวในกลุ่มคนมากๆ ถึงแม้ว่าบ้านผมจะไม่เกิดอาชญากรรมรุนแรงกับนักท่องเที่ยว ..แทบจะไม่มี แต่ควรระวังตัวเอาไว้ ดีกว่าสายเกินแก้ครับ.. 

และภายในมหาวิหาร 

http://www.ronsaari.com/stockImages/germany/CologneCathedralInterior.jpg

 

http://www.oknation.net/blog/home/user_data/file_data/201205/14/582182d67.jpg

(ออร์แกนภายในโบสถ์)

http://www.anicursor.com/0179.jpg

"Gerokreuz"


http://www.2747.com/2747/world/city/cologne2002.JPG

 

 

ที่มีคนอยู่น้อยเมื่อเทียบกับข้างนอก จึงพาเขาไปจุดเทียนขอพรกับพระแม่มารีย์ในมหาวิหาร ก่อนที่จะออกมาข้างนอก

http://www.oknation.net/blog/home/user_data/file_data/201205/14/58218b35a.jpg

..ผมถามเขาว่าเขาขอพรอะไร และเขาก็ไม่ตอบ ยิ้มอย่างเดียว

สำหรับผมแล้วขอให้เดินทางปลอดภัย และมีชีวิตที่ดีในปีการศึกษานี้ ผมไม่อยากทะเลาะกับคนที่ผมเคยทำผิดเอาไว้หรือคนที่จะมาหาเรื่องผม ขอให้ผมอยู่สงบๆเถอะ 


จากนั้นไปที่ไปยังพิพิธภัณฑ์ Roman-Germanic Museum

 

 http://cdn4.vtourist.com/15/6145976-RomanGermanic_Museum_Cologne.jpg

ผมเกิดมาจากโรมัน ก่อนที่จะอยู่กับคุณเยอรมานิคอีกนาน และค่อยออกมาอยู่เอง  และคนที่บ้านผมจึงเจอของที่สมัยก่อนใช้เยอะแยะเลย.. จึงเปิดพิพิธภัณฑ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าไปเข้าชม

แต่สิ่งที่มีความโดดเด่นมากที่สุดของพิพิธภัณฑ์นี้คือพื้นปูกระเบื้องโมเสคที่ประกอบไปด้วยกระเบื้องเซรามิคและกระจกซึ่งถือเป็นงานศิลปกรรมที่ถูกเก็บรักษาไว้ที่นี่ ผมแนะนำให้มานะ 

http://1.bp.blogspot.com/_krMPFTh298s/TCf9_o_FFRI/AAAAAAAAARA/oAaDgy4RfJE/s1600/DionysusMosaic2.JPG

โมเสคเหล่านี้เป็นเรื่องราวของไดโอนิซุส เทพเจ้าแห่งเมรัยเป็นส่วนใหญ่ บอกว่าเป็นพื้นคฤหาสน์แห่งหนึ่งสมัยที่นี่ยังถูกเรียกว่า Colonia อยู่

(ข้อมูลเกี่ยวกับโคโลญในสมัยนั้นไปดูที่ประวัติของเขาได้ค่ะ ' v ') 

 


http://www.religionfacts.com/greco-roman/images/cologne-museum/pan_323.jpg

เทพเจ้าที่อยู่ในหินสลักนี้คือ Mithras พระเจ้าของแสงบนท้องฟ้าที่เป็นตัวตนของศาสนาของพระองค์อาทิตย์พื้นเมืองจากเปอร์เซียและอินเดียในศตวรรษที่สามอยู่แล้วอย่างแพร่หลายในประเทศอียิปต์ พร้อมกับศาสนาคริสต์ ที่แผ่ขยายอำนาจเขามาในโรมันอยู่ช่วงนึง ผมไม่แน่ใจเสียแล้วเกี่ยวกับว่าเหตุใดถึงกับฆ่ากระทิงตัวนี้? เหมือนคุณโรมันโบราณจะเคยเล่าให้ผมฟังเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก.. 

http://4.bp.blogspot.com/-MIf9FzTvhPw/UCQueb0nQbI/AAAAAAAAC00/qzi6XqilrcY/s1600/German+Pork+Hock.jpg

อาหารเย็นวันนี้คือทานในร้านอาหารในตัวเมือง ที่ไม่ห่างจากที่นี่มากนัก ผมสั่งขาหมูมาสองที่ เครื่องเคียงเป็นมันฝรั่งกับผักดอง พออาหารมา คุณ A ก็นั่งทานอย่างเดียว เขาทานง่ายกว่าที่คิดเยอะ 


http://www.genx40.com/images/2007e/gaffel.JPG

และ Gaffel เป็นเบียร์ยี่ห้อท้องถิ่นครับ ลักษณะของเบียร์จะแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ แต่ส่วนผสมจะไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกนะ! เสร็จแล้วก็คะยั้นคะยอให้คุณ A ดื่มไปซะแล้ว

...แก้วเดียวไม่เป็นไร ถ้าไปผับท้องถิ่นน่าจะเยอะกว่านี้อีก

 

เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆที่ไม่รู้ว่าจะรู้ไปทำไม: (ซึ่งผมเล่าให้คุณ A ฟังด้วย) 

-โคโลญกับดูซเซิลดอร์ฟ (ซึ่งเป็นอีกเมืองนึงที่อยู่ข้างๆ) มีกรณีเปรียบเทียบอยู่กลายๆว่าเบียร์ใครดีกว่ากัน ซึ่งสองเมืองนี้เหมือนเป็นคู่แข่งกันอยู่กลายๆ คนอื่นๆในแคว้นนอร์ทเทิร์นไรน์รู้กันหมดว่าเป็นการตัดสินที่ไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่ ต้องสั่งเบียร์เมืองอื่นมาตัดสิน '' 

-ถ้าเป็น 20 ปีที่แล้ว ร้านเหล้าทุกแห่งในโคโลญจะเชิญคุณออกนอกร้าน ถ้าสั่งอัลท์เบียร์ (Altbeir) มาดื่ม (อัลท์เบียร์เป็นเบียร์พื้นถิ่นของดูซเซิลดอร์ฟ) ตอนนี้ก็ยอมรับกันได้แล้ว

-นอกจากนี้้ถ้าเป็นสโมสรท้องถิ่น ทั้งแข่งฮอกกี้น้ำแข็งและฟุตบอล ถ้ามีนัดระหว่างสองทีมนี้ล่ะก็ ...บัตรขายหมดเกลี้ยง (แข่งกันจริงอะไรจริง)

-ในลีคบอลในขณะนี้ (ข้อมูลในหนังสือปี 2542) ทีมดุซเซิลดอร์ฟเหนือกว่าโคโลญ

-แต่ถึงยังไงก็สู้เรื่องแฟชั่นกับสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นโบสถ์สถาปัตยกรรมโรมาเนสค์ของโคโลญไม่ได้อยู่ดี

 

ส่วนโรงแรมเป็นโรงแรมที่อยู่ใกล้ตัวเมือง และเดินทางไปไหนมาไหนสะดวก เลยไปพักที่ Hotel Glockengasse ที่อยู่ห่างจากใจกลางเมืองไปอีกสักหน่อย โรงแรมค่อนข้างเล็กและอยู่ในเมือง แต่ที่พักสะอาด 

http://ven.cdn-hotels.com/hotels/2000000/1790000/1787500/1787465/1787465_2_b.jpg

(ถ่ายเอาไว้ตอนเช้า) 

Tag 2

ผมตื่นขึ้นมาในช่วงเจ็ดโมงครึ่ง แล้วทานอาหารเช้าที่โรงแรม ตื่นก่อนคุณ A เล็กนอ้ย

หลังจากทำกิจวัตรเสร็จแล้วออกไปหาอาหารเช้าทานตอนแปดโมง แล้วจะไปเที่ยวต่อ ในกระเป๋ามีแผนที่กับสัมภาระอีกนิดหน่อยและเอาไปไม่มาก

นี่คืออาหารเช้าครับ..

 photo 439_zpsef321e68.jpg

http://1.bp.blogspot.com/-piO5k_c1624/UGm8PQtsTnI/AAAAAAAAEmE/7snDjtkkOhU/s1600/439.JPG

ตอนนี้พาไปเที่ยวในตัวเมืองเสียก่อน.. 

เดินเที่ยวในเมืองซักพัก  สิ่งปลูกสร้างจะมีทั้งตึกและอาคารบ้านเรือนเก่าและร้านค้า  หลังจากออกจากแถบใกล้ที่พักมาไกลพอสมควร อยู่แถวๆโบสถ์ St.Martin  ที่มีอาคารบ้านเรือนสีสันแปลกๆอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ

ซึ่งจุดนี้เป็นย่านเก่า (Alstadt) สำหรับผมแล้วเป็นที่ที่ผมมาเดินบ่อยมากที่สุด นอกจากของฝากแล้วคุณ A ไม่ค่อยซ์้อของ และก้มหน้าก้มตาถ่ายรูปอย่างเดียว 

"สวยดีขรั๊บ" เขาว่าแบบนั้น 

http://www.oknation.net/blog/home/user_data/file_data/201205/14/5821885f1.jpg

http://www.cologne-tourism.com/typo3temp/pics/66ecf5a4cf.jpg

ไปนั่งพักกันที่สวนสาธารณะริมแม่น้ำไรน์ ชื่อ Frankenwerft นั่งพักเหนื่อยซักพักจึงพาเขาไปเดินที่สะพานข้ามแม่น้ำไรน์ หรือเรียกอีกอย่างว่า “สะพานกุญแจ” ก็ได้ เพราะคู่รักที่มาที่นี่จะคล้องกุญแจและโยนลูกกุญแจลงแม่น้ำไรน์ไป เชื่อว่าความรักจะอยู่ยงเหมือนกับแม่กุญแจที่คล้องลวดเหล็ก

...ได้ยินความเชื่อแบบนี้อยู่หลายที่เหมือนกัน

http://www.oknation.net/blog/home/user_data/file_data/201205/14/58218a2d9.jpg

“มีทุกหลายที่เลยนะ ที่ที่เขามีให้คล้องกุญแจน่ะ” คุณ A ชวนผมคุยด้วยความสงสัย

“นั่นสินะครับ” รู้สึกว่าในด๊อยซ์ลันด์ (Deutschland หรือเยอรมันในภาษาเยอรมัน) นี้จะมีที่ของแฟรงค์เฟิร์ตอีกที่ แต่ผมยังไม่เคยเห็นนะ แล้วได้ยินว่าความเชื่อนี้ยังมีอยู่บางที่ในประเทศตะวันออกและรู้สึกว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเหมือนกันด้วย 

 

http://www.oknation.net/blog/home/user_data/file_data/201205/14/582188cb1.jpg

(แต่ความคิดผมคงไม่ได้เป็นแบบนั้นไปเสียทุกคู่หรอก…)

แต่ผมว่าแฟรงค์เฟิร์ตเองไม่แขวนรกเท่ากับของผมแน่นอน (......) 

จากนั้นพาเขาแวะพิพิธภัณฑ์ช็อกโกแล็ต ไปดูวิธีการทำโดยกั้นจากกระจก และเล่าถึงเรื่องของช็อกโกแล็ต และจับกลุ่มเด็กๆทำกิจกรรมหัดทำช็อกโกแล็ต ขณะที่ผมไปมีเด็กกลุ่มหนึ่งทัศนศึกษาอยู่

 

 http://www.oknation.net/blog/home/user_data/file_data/201205/14/58218ee69.jpg

กรรมวิธีการผลิตช็อกโกแล็ต

http://www.oknation.net/blog/home/user_data/file_data/201205/14/582183972.jpg

เครื่องขายช็อกโกแล็ตสมัยเก่า มีทั้งรูปคนแคระกับกังหันลมและลวดลายแปลกๆ เห็นดูเด็กๆท่าทางสนใจกันมาก.. 


http://www.oknation.net/blog/home/user_data/file_data/201205/14/58218b7fb.jpg

จากนั้นเดินกลับมาที่พิพิธภัณฑ์ลุดวิก อยู่ใกล้กับมหาวิหารโคโลญ

พิพิธภัณฑ์นี้เก็บรวบรวมผลงานศิลปะสมัยใหม่ เช่นป๊อบอาร์ต แอ็บสแตร็คและเซอร์เรียลซึ่ม และรวบรวมผลงานของคุณปิกัสโซ่เยอะที่นึงในยุโรป ใช้เวลาอยู่ที่นี่กันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง 

 

http://www.art-perfect.de/sites/default/files/archiv/ausstellungsbilder/040.jpg

เพราะช่วงนี้ไม่มีเทศกาลอะไร แต่แนะนำเขาไปแล้วสำหรับคาร์นิวัล(Karneval)ในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ดููเหมือนเทศกาลที่ทุกคนรอคอย เริ่มต้นในวันที่ 11 เดือน 11 เริ่มต้นในเวลา 11 นาฬิกา จนถึงวันแรกของฤดูถือศีลในคริสตศาสนา

"อยากให้มาช่วงนั้นด้วยนะครับ" ว่าแล้วผมก็พูดไปแบบนั้น "แต่คนเยอะพอดูเลยล่ะ) 

จากนั้นพาคุณ A มาถึงจัตุรัสอัพเพลฮอฟ (Appelhof) จึงพามาทานอาหารเย็นในฟาสต์ฟู้สด์ตรงนี้ครู่หนึ่ง และเดินเลียบถนนเป็นเส้นตรง

สุดปลายถนนมีโบสถ์ St.Gereon โบสถ์นี้เป็นหนึ่งในโบสถ์ 12 แห่งที่สร้างแบบโรมาเนสค์ เสาที่แน่นหนา และ การตกแต่งรอบโค้ง (เช่น ซุ้มประตูหรืออาร์เคด (arcade)) ลักษณะตัวอาคารก็จะมีลักษณะเรียบมีที่มาจากคุณโรมันอีกเช่นเดียวกัน 

http://www.anicursor.com/koeln_6281.jpg

ที่นี่ถูกสร้างขึ้นแบบสิบเหลี่ยมบนแผนผังพื้นรูปไข่ ศิลปะที่ประดับข้างในเป็นแบบเฟรสโก้ ผมซึ่งไม่แน่ใจข้อห้ามจึงไม่ให้คุณ A ถ่ายรูปงานศิลปะเหล่านี้ (ถ้าภายในตัวโบสถ์ไม่มีปัญหา) ส่วนที่เป็นโดมเป็นศูนย์กลางที่ผู้คนมาชุมนุมกัน สถานที่กระทำพิธีเจิมน้ำมนต์ ห้องเก็บเครื่องใช้ในพิธีทางศาสนา และเครื่องแต่งกายของบาทหลวงในพิธีกรรม

 photo Koumlln_st_gereon_kuppel_dekagon_blog_zps9c15322c.jpg

https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/7/7e/K%C3%B6ln_st_gereon_kuppel_dekagon.jpg

(ตั้งแต่หารูปมาผปค.ชอบรูปนี้ที่สุดละ ปรับแต่งสีนิดหน่อย และสวยมาก <3)

File:St. Gereon Köln - Grundriss.jpg

http://en.wikipedia.org/wiki/File:St._Gereon_K%C3%B6ln_-_Grundriss.jpg

(นี่คือโครงสร้างที่กล่าวถึง)

จากนั้นกลับเข้าที่พักอย่างสวัสดิภาพ"

Tag 3

หลังจากออกมาจากโรงแรมผมคุยกับคุณ A เพราะสองวันนี้เที่ยวจนปรุหมด เขาถือแผนที่นักท่องเที่ยวในมือไปด้วย (เพราะเมื่อวานผมเอาแต่ลากเขาไปถ่ายเดียว) คราวนี้ไปซื้อของฝากกันอย่างเดียว

หลังจากออกมาจากโรงแรมและทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้วก็ออกไปซื้อช็อกโกแล็ตใกล้ๆกับโรงแรม แล้วออกเดินทางกันต่อด้วยรถโดยสารประจำทาง

เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด คนบนรถโดยสารจึงไม่มากนัก จากนั้นผมกับคุณ A ข้ามสะพานไปยังอีกฝั่งของแม่น้ำ อันเป้นที่ตั้งของโรงงานน้ำหอมโอเดอโคโลญ 4711 (Eau De Cologne 4711) ก่อตั้งขึ้นโดยนักเคมีชาวอิตาเลียนที่ชื่อจิโอวานนี่ มาเรีย ฟารินา (Giovanni-Maria Farina) 

จากนั้นจึงไปซื้อของฝาก ซึ่งก็คือนี่.. 

ว่ากันว่าแม้แต่กวีเอกเกอเธ่ และคีตกวีเอกวากเนอร์ก็ยังนิยมใช้โอเดอโคโลญ 4711 ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ราชนาวีเยอรมันแจกโอเดอโคโลญ 4711ให้ทหารที่ประจำการในเรือดำน้ำ (ซึ่งคงจะไม่ค่อยมีโอกาสอาบน้ำ) ซึ่งพวกทหารไม่ค่อยใช้ แต่หอบกลับมาเป็นของฝากให้ภรรยาหรือคนรัก ลือกันว่าแม้แต่ประธานาธิบดีเคนเนดีก็นิยมโอเดอโคโลญ 4711เช่นกัน (ว่ากันว่ามาอย่างนั้นน่ะครับ) ส่วน 4711 เป็นเลขที่บ้านที่ใช้เมื่อสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ามายึดครองในรัชสมัยของจักรพรรดินโปเลียน จึงจัดระบบเลขที่บ้านเสียใหม่ และเมื่อจากไปแล้วก็ยังเรียกกันแบบนี้อยู่.. 

หลังจากที่คิดว่าไม่มีที่เที่ยวแล้ว เลยพาเขาไปเที่ยวนอกเมืองเสียเลย.. 

นอกเมืองทั้งอากาศดีและเงียบสงบมากกว่าในเมืองที่มีคนพลุกพล่าน แม้ว่าจะไม่มีที่เที่ยวมากนัก ผมคิดว่าการเดินทางคราวนี้ไม่ใช้การบ้าน แต่เป็นเจตจำนงโดยตัวผมเอง.. 

http://www.oknation.net/blog/home/user_data/file_data/201205/14/582185a42.jpg

“ดอกเหลืองๆนั่นดอกอะไรเหรอขรั๊บ?” คุณ A ถามผมหลังจากที่พาเขาเดินเลียบทุ่งดอกกอลซ่า ในขณะนี้เป็นสีเหลืองทั้งทุ่ง  “เรียกว่าดอกกอลซ่า บานช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ” ผมตอบเขาไปแบบนั้น “เมื่อก่อนเขาเอาน้ำมันจากดอกนี้มาทำอาหาร และผลิตไบโอดีเซลได้ด้วย มีประโยชน์เยอะนะ"

"เป็นภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษเหรอขรั๊บ?" "จะเรียกว่าอย่างนั้นก็ได้.."

ผมถามเขาว่าจะไปไหนต่อหรือว่าบินกลับไป เขาตอบว่าไม่แน่ใจเหมือนกัน

"งั้นก็ Gute Reise (เดินทางโดยสวัสดิภาพ) ครับ " ผมยิ้ม  ดูเหมือนเขาจะเข้าใจในสิ่งที่ผมพูด..

ดูเหมือนว่าการเดินทางครั้งนี้ จะจบลงด้วยดี 

 บรรณานุกรม :

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=802153 เราไกด์การเขียน สถานที่ และเกร็ดความรู้ จากบล็อกนี้เป็นหลักเลยจริงๆนะ และรวมถึงหลายๆรูปโดยเฉพาะที่ถ่ายในตัวเมืองและชนบท (ถ้าไม่ได้บล็อกนี้เราคงอานแน่ๆ)  ขอบคุณมากเลยล่ะค่ะ T v T ขออภัยที่เอาข้อมูลมาใช้โดยไม่ขออนุญาตด้วย 

https://en.wikipedia.org/wiki/Cologne เอื้อเฟื้อรูปประกอบอาคารเก่าๆ และขอบคุณมากที่สุดเพราะเราใช้สิ่งนี้สร้างเป็นคุณโคโลญที่ทุกๆคนเห็นกันได้ ขอบคุณจริงๆค่ะ!

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%8D ประวัติของมหาวิหารโคโลญ

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%8C  

เรื่องของหีบสามกษัตริย์ 

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%81 เรื่องของสถาปัตยกรรมกอธิค

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B9%8C เรื่องของสถาปัตยกรรมโรมาเนสค์

http://th.apocalisselaica.net/varie/cristianesimo-cattolicesimo-e-altre-religioni/il-mito-del-sole-divenne-cristo

เรื่องของเทพ Mithras 

http://www.hoteltravel.com/th/germany/cologne/roman-germanic-museum-in-cologne.htm เรื่องของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โรมัน

https://en.wikipedia.org/wiki/Twelve_Romanesque_churches_of_Cologne  เรื่องของโบสถ์ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมโรมาเนสค์สิบสองที่ที่กล่าวถึงเอาไว้ช่วงวันที่ 2 และ 3 แต่ไปได้เฉพาะบางที่เท่านั้น 

-หนังสือ "หน้าต่างสู่โลกกว้าง:เยอรมนี" สำนักพิมพ์ดวงกมลสมัย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหลายๆจุด อย่าง Domplatte ความสัมพันธ์โคโลญกับดูซเซิลดอร์ฟ และเอาไว้อ้างอิงทับศัพท์บางจุด (ปี 2542 และยืมจากห้องสมุดโรงเรียน) 

 

 photo IMG_1749_zps404c6b10.jpg

(แบ๊คกราวน์คือหนังสือที่ยืมมาอีกเล่มและโต๊ะทำงานที่แสนรก...) 

ขอบคุณทุกๆคนที่อ่านจนจบเอนทรี่ด้วยค่ะ

สารภาพว่าระหว่างเขียนไปเปิดเพลงนี้คลอไปด้วย ได้อารมณ์ดีนะ /ให้ฟีลเพลงที่ร้องกันในโบสถ์ทำนองนั้น 

 

โซนผปค.:

-เอนทรี่นี้สร้างขึ้นมาเพื่อทำอะไรที่มีแก่นสารบ้างค่ะ ดีใจ แต่เหนื่อย *ทรุชฮวบ* เผาพอตัวเพราะกลัวไม่ทันเดดไลน์ เพราะมันช่วงนั้นใกล้จะสอบกลางภาคด้วย 

-ต่อไปเป็นของคุณฮานอยนะคะ! จะมาอีกในเร็วๆนี้ค่ะ

-ทำเอนทรี่นี้แล้วรู้สึกว่าอยากไปเที่ยวเมืองนี้จังเลยน้า อาคารแบบยุโรปเก่าและทรงกอธิคกับโรมาเนสค์เนี่ยน่าถ่ายรูปแบบสุดๆไปเลย และต้องฝ่ารูปร้านอาหารกับร้านขนมน่ากินไปเยอะๆอีก /ทรมานที่สุด

-และที่สุดยอดกว่านั้นคือยามที่หาข้อมูลจากในหนังสือ (ที่เขียนเอาไว้ในบรรณานุกรม) แล้วแบบ เยอรมันน่าเที่ยวเหลือเกิน.. เขตเมืองเก่าของเมืองอื่นนี่ดูไปดูมาเป็นเมืองในไททันชัดๆ (ช่วงนี้ติด Attack on Titan อยู่ล่ะค่ะ!) ทั้งสะพานที่ด้านล่างเป็นโค้งๆ ซุ้มโค้งบริเวณถนน และบ้านเรือนแบบยุคกลาง (ถึงรู้ว่าต้นแบบอาจจะมาจาก Carcassonne ในฝรั่งเศสถ้าเอาจากที่ใครไม่รู้ทวิตมาก็เถอะ)

-วิธีการพูดของคุณ A อ้างอิงจากทวิตของคุณ A น่ะ 555 (คงไม่เหมือนเท่าไหร่) 

-การบ้านนี่ทำให้รู้อะไรหลายๆอย่างจริงๆ เกี่ยวกับเมืองนี้ 

-ขอบคุณที่อ่านจนจบอีกครั้งนะคะ พบกันเมื่อชาติต้องการค่ะ!

 

Comment

Comment:

Tweet

Recommend