Frauleinfaust View my profile

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 
 
คอมมูนิตี้นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนเรื่อง Axis Powers Hetalia เป็นคอมมูที่สมมติตัวละครโดยมีต้นแบบมาจากเมือง/รัฐในประเทศต่างๆ ซึ่งคอมมูนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับบุคคล องค์กร เมือง หรือประเทศใดทั้งสิ้น
 
วันที่ 1
 
 
เวลา 12.30 น. 

 

 

                เที่ยวบินจากเกาะ W แล้วต่อเครื่องอีกทีที่อียิปต์ ก็ได้มาถึงสนามบินโหน่ยบ่ายกับผู้ชายที่ใส่เสื้อฮาวายกับตัวอักษรภาษาอังกฤษ “A” ตัวใหญ่ๆที่ใบหน้า หลังจากที่แนะนำตัวกันไปแล้วเขามีชื่อว่า คุณ A 

"ถึงซักที..." ฉันลากสัมภาระโดยที่มีเขาตามมาติดๆ คิดถึงที่นี่ที่สุด คนรอบๆที่พูดภาษาเดียวกันทำให้รู้สึกสบายใจ (ถึงจะพูดภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสได้แต่ยังไงฉันก็ยืนยันที่จะพูดภาษาแม่) "พาสปอร์ตกับวีซ่าครบนะคะ.." 

..และน่าแปลกใจที่คนที่ดูท่าทางน่าสงสัยอย่างเขาสามารถผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้ 

 

คนนี้น่ะ....

รูปภาพจากบล็อก >> จิ้ม

หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็ออกจากสนามบินทางรถขนส่งมวลชนที่นี่อยู่ในเขตไม่กี่กิโลเมตรจึงจะถึงตัวเมือง

ที่เดิมของที่นี่มีนามว่าทังลอง สถาปนานขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 โดยพระเจ้าไลไทโท ชื่อว่าฮานอย แปลว่าฝั่งโค้งของแม่น้ำ (แม่น้ำแดง) ก่อนที่จะสถาปนาเมืองนี้ขึ้นมา หากสืบประวัติ ที่นี่มีการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ตั้งแต่ 2,000 ปีก่อนคริสตศักราช ยุคใกล้เคียงกับวัฒนธรรมดงเซินที่หลายคนอาจเคยได้ยิน เรียกว่าวัฒนธรรมโกลั๋ว 

"ฮานอยเป็นเมืองหลวงและทำอุตสาหกรรมเป็นหลัก ชนบทของที่อื่นจะมีเกษตรด้วย" 

"เฝอน่ากินนะขรั้บ....." นี่เราพูดเรื่องเดียวกันอยู่ใช่รึเปล่า..

"เฝอบ่อ (เฝอเนื้อวัว) คนส่วนใหญ่ชอบทานค่ะ มีทั้งแบบเนื้อสดและเนื้อตุ๋น และไม่เหมือนบะหมี่ด้วย จะคล้ายกับ เรียกว่าอะไรนะ ก๋วยจั๊บ?" ดูเหมือนเขาจะยังงงอยู่ "แต่ว่าอร่อยดี ไว้เย็นนี้จะพาไปทาน..." 

ไฟล์:Typicalbeefpho.jpg

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Typicalbeefpho.jpg

 

เชิงอรรถ: ความเชื่อเรื่องกำเนิดของชาวเวียดนาม

"ตามตำนานกล่าวว่า ชาวเวียดนามยุคแรกสืบเชื้อสายจากพญามังกร หลากองเกวิน และนางฟ้าอมตะ เอิงเกอ หลากองเกวินและเอิงเกอมีบุตรชายทั้งสิ้น 100 คนก่อนที่ทั้งสองจะแยกทางกัน บุตรชาย 50 คนอาศัยอยู่กับมารดาในบริเวณภูเขา และอีก 50 คนอาศัยอยู่กับบิดาบริเวณทะเล บุตรชายคนแรกได้กลายมาเป็นเชื้อสายพระมหากษัตริย์เวียดนามในยุคแรกสุด ซึ่งรู้จักกันโดยทั่วไปว่า พระมหากษัตริย์หุ่ง (หุ่งเวืองหรือราชวงศ์โฮงบ่าง) พระมหากษัตริย์หุ่งได้เรียกประเทศ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสามเหลี่ยมแม่น้ำแดงทางตอนเหนือของเวียดนามในปัจจุบัน ว่า วันลาง ชาววันลางจะถูกเรียกว่า หลาเวียด"

ที่มาของข้อมูล  : จิ้ม

 

 

"อ่าว.. คุณ A  หลับแล้วหรือ?" 

http://www.viettours365.com/viettours365-images/news/img1/Ma-May-street1.jpg

http://maxx2520.files.wordpress.com/2007/04/busy_road.jpg

 

  เมื่อถึงที่หมาย ฉันพาเขาเข้าไปยังเขตเมืองเก่า  เขตเมืองเก่าอาจจะเรียกว่าใจกลางเมืองที่คนเยอะที่สุด เต็มไปด้วยของขายริมทางเท้าและที่สำคัญ เสียงทั้งดังและอึกทึก.. มีแผงขายของริมทางเรียงรายและร้านอาหารที่มีโต๊ะให้นั่งออกมานอกร้าน  ที่นี่คนส่วนใหญ่โดยสารกันด้วยรถจักรยานยนต์ อันเป็นพาหนะสัญจรหลักและการกดแตร มาคราวนี้ฉันคงต้องพูดเสียงดังเป็นครั้งแรก

"รีบเดินมาก่อนที่จะคลาดกันนะคะ"  ไม่เป็นแบบนั้นไม่ได้ยินแน่


http://vovworld.vn/Uploaded/minhnguyet/2011_11_30/nha%20hat%20lon%202.JPG

ตึกรามแถบนี้ถูกขึ้นมาในสมัยที่คุณฝรั่งเศสปกครองอยู่ บางส่วนผุผังตามเวลา และบางแห่งถูกทุบทิ้งไปแล้ว ที่นี่คือโรงละครแห่งชาติที่อยู่ใกล้กับ “ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม” เป็นสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส (หรือเรียกอีกอย่างว่า French Colonial) 

(ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมโคโลเนียล : จิ้ม

/คิดถึงคนคนนั้นแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย

ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม อยู่ภายในสวนสาธารณะของเขตเมืองเก่า น้ำในทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม โดยปกติจะเป็นสีเขียว จึงได้อีกชื่อหนึ่งว่า "ทะเลสาบลึกถวี๋" (Lục Thủy) หรือ "ทะเลสาบน้ำเขียว"

 ตำนานของที่นี่คือ ในศตวรรษที่ 15 จักพรรดิเลเลยแห่งราชวงศ์เล ได้นำดาบวิเศษจากทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม ได้นำดาบวิเศษซึ่งนำมาต่อสู้กับพวกหมิง – จีน ในขณะนั้นจนสามารถปลดปล่อยประเทศให้อิสระแล้ว พระองค์ทรงเรือไปกลางทะเลสาบเพื่อคืนดาบวิเศษให้กับเต่าศักดิ์สิทธิ์ และกล่าวกันว่าเต่าได้ขึ้นมาฉกดาบไปจักพระหัตถ์ของพระองค์ แล้วหายไปในทะเลสาบ อันเป็นเหตุให้ทะเลสาบแห่งนี้มีชื่อว่า ทะเลสาบคืนดาบ

เชิงอรรถ : จากข้อมูลของวิกีพีเดีย บางครั้งเต่าในตำนานอาจไม่ใช่เต่า แต่เป็น ตะพาบยักษ์แยงซีเกียง (Rafetus swinhoei) ซึ่งเป็นตะพาบขนาดใหญ่และใกล้สูญพันธุ์มากที่สุดชนิดหนึ่งของโลกที่อาศัยอยู่ ณ ทะเลสาบแห่งนี้ ในปัจจุบันยังมีหลายคนได้เห็นตะพาบยักษ์โผล่ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนถ่ายฤดูกาล ซึ่งเชื่อกันว่ามีอยู่ 3-4 ตัว ในสถานที่เลี้ยงในโลกเท่านั้น

 

http://www.worldwidegrp.com/images/photo_1302167196/1303788133.jpg

สะพานสีแดง ที่อยู่ทางตอนเหนือของทะเลสาบนี้เรียกว่า สะพานเทฮุก" (Thê Húc) หรือ "สะพานแสงอาทิตย์ยามเช้า" ข้ามจากแผ่นดินไปยังเกาะเล็กๆกลางทะเลสาบอันเป็นจุดที่เป็นที่ตั้งของวัดหงอกเซิน สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 เป็นสถานที่ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่เฉิน ฮัง โด๋ว ผู้นำการต่อต้าน ราชวงศ์หยวนเมื่อ ศตวรรษที่ 13 และ ได้รับการซ่อมแซมในปี พ.ศ.1864 เมื่อข้ามไปแล้วจะเจอวัดหง็อกเซิน หรือวัดเนินหยก 

"ถ้าเป็นตอนนี้สีแดงของดอกหางนกยูงยังไม่ออกมาค่ะ... จะออกในช่วงฤดูร้อน" 

http://www.goholidaycenter.com/picture/Picture-go_5.jpg

และและยังมีหอคอยโบราณโผล่ขึ้นพ้นน้ำ สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 18 มีชื่อเรียกว่า "ทาพรัว" (Tháp Rùa) ซึ่งหมายถึง "หอคอยเต่า" หรือ "หอคอยตะพาบ" และในปัจจุบันยังมีหลายคนได้เห็นตะพาบยักษ์โผล่ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนถ่ายฤดูกาล

อย่างที่เห็นนี่ล่ะ.... 

http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/a/ae/Th%C3%A1p_R%C3%B9a_4.jpg

เชิงอรรถ : การนับถือศาสนาในเวียดนาม ได้แก่พุทธศาสนานิกายมหายานร้อยละ 70 รองลงมาคือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิกที่ฝรั่งเศสนำมาเผยแผ่ในสมัยอาณานิคม ลัทธิเต๋าและขงจื้อเป็นรากฐานทางขนบของคนในสังคม และบางศาสนามีผู้นับถือเฉพาะกลุ่มชน เช่นศาสนาอิสลามที่นับถือกันในหมู่ชาวจาม (หรือเขมร) ที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้  หรือชาวชนเผ่าไตที่ยังนับถือวิญญาณบรรพบุรุษอยู่

 

http://www.bangkokbiznews.com/home/media/2010/12/24/images/news_img_369094_1.jpg

“พระราชวังทังลอง” ที่นี่เป็นพระราชวัง เก่าสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1010 ในสมัยราชวงศ์ไลเวียด (Ly Viet) เพื่อประกาศเอกราชอาณาจักรด๋ายเหวียด (Dai Viet)  เป็นชื่อของอาณาจักรเวียดนามโบราณ ทั้งหมดสร้างขึ้นทับป้อมปราการเก่าของจีนตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 7 ที่เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองและการทหาร เป็นทั้งพระราชวังและป้อมปราการ และป้อมปราการที่นี่...

'เป็นที่เกิดของฉันเอง' 


http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=1654278

 

และเพิ่งเปิดให้สาธารณชนและนักท่องเที่ยวเข้าไปในปี 2010 ส่วนยูเนสโกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกเนื่องจากอยู่ระหว่างอารยธรรมของจีนฮั่นและจัมปา  ที่นี่เป็นพระราชวังหลวงก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงไปยังเว้ในเวลาต่อมา

สถานที่ที่จัดเป็นมรดกโลกของเวียดนาม 

-ป้อมปราการของราชวงศ์โฮที่อยู่ในเวียดนามกลาง 

-หมีเซิน เพื่อใช้เป็นศาสนสถานสำหรับบูชาพระศิวะ ตามความเชื่อในศาสนาฮินดู เคยเป็นนครศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญอันดับต้นๆของอาณาจักรจามปา (พวกขอม) 

-อ่าวฮาลอง อยู่ในพื้นที่ของกว๋างบิญ กลางอ่าวตังเกี๋ย 

-อุทยานแห่งชาติฟ็องญา-แก๋บ่าง มีลักษณะของถ้ำหินปูน

และเมืองโบราณของฮอยอัน กับเว้ เว้เองเคยเป็นเมืองหลวงหลังจากฉันตอนเปลี่ยนราชวงศ์ จึงมีที่อย่างพระราชวังหลวงด้วยเหมือนกัน 

http://www.btnewstartour.com/images/sub_1241841036/003.jpg

“วันเหมียว” หรือ “วิหารวรรณกรรม” เป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1070 และถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเวียดนาม เป็นศูนย์รวมภูมิปัญญาความรู้ในด้านต่างๆ โดยอุทิศให้แก่ขงจื้อ (หาข้อมูลเพิ่มในส่วนนี้) ต่อมาในปี 1076 ได้มีการสร้างโรงเรียนสำหรับขุนนางขึ้นในบริเวณเดียวกันกับวัด เพื่อให้เหล่าขุนนางได้เข้าศึกษาเล่าเรียนและสอบเป็นจอหงวน เมื่อถึงยุคสมัยของราชวงศ์ตรัน จึงได้เปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าเรียน ในศตวรรษที่ 18 ถูกปิดหลังจากที่ฝรั่งเศสเข้ายึดเป็นอาณานิคม ปัจจุบันได้รับการบูรณะอย่างสม่ำเสมอ

วิชาที่สอนอย่างเช่น เรื่องการประพฤติปฏิบัติตน วิชาประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เป็นวิชาที่จำเป็นต้องใช้แม้ว่าบางอย่างจะใช้ดำรงชีวิตเมื่อก่อนไม่ได้ แต่สอนแนวทางการใช้ชีวิตให้ได้.. คนคนหนึ่งเคยบอกว่าการศึกษาเป็นรากฐานของการดำเนินชีวิต นั่นเป็นคำพูดที่จริง...


http://images.thaiza.com/38/38_201302220935302..jpg

หลังจากนั้นพาคุณ A ไปยัง ถนน 36 สายซึ่งเป็นถนนคนเดิน นั้นมาจาก 36 อาชีพอันเก่าแก่ที่ทำมาค้าขายกันในย่านนี้ แม้ว่ามีร้านค้าขายของที่ระลึก ไหมพรม รองเท้า แกลเลอรี โคมไฟ และอื่นๆ เผื่อว่าตัวเขาจะซื้อของฝาก เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน แต่ละสายจะขายของแต่ละอย่างเฉพาะไปเป็นที่มาของชื่อ พวกเราเดินกันจนถึงเวลาเย็นๆแล้วจึงทานอาหารเย็น (ซึ่งก็คือเฝอเนื้อ) และกลับเข้าที่พัก 


http://hanoiparadisehotel.com/wp-content/uploads/2010/08/Deluxe-room-hotels-in-hanoi-vietnam.jpg

และของที่เขาซื้อมา

http://img.tarad.com/shop/h/handmadecrafts/img-lib/spd_2011090983937_b.jpg

             เรียกว่าหมวกนอนลา (Non la) หมวกนี้ทำจากใบจาก ที่สามารถหาได้ทั่วไป เวลาจะทำต้องนำใบจากนั้นมาตากแดดให้แห้ง แล้วนำมารีดให้เรียบ เป็นแผ่น ๆ ซึ่งปกติแล้ว หมวกใบหนึ่งจะประกอบด้วย ใบจากประมาณ 16-18 ใบ และใช้มือเย็บ ซึ่งจะทำให้หมวกนี้ละเอียด ทนแดด ทนฝน อย่างที่เห็นแม่ค้าหรือผู้หญิงเวลาที่ออกนอกบ้านใส่กันอยู่บ่อยๆ ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นเอกลักษณ์ของประเทศนี้ไปแล้ว...

 

"ไว้แปดนาฬิกาจะมารับค่ะ"

"แล้วไม่มาพักที่หรือเหรอขรั้บคุณฟุค?"  "ฉันพักที่บ้าน.."

"พอดีว่าห้องสำหรับคนเดียวไม่มีแล้วค่ะ ถ้าให้มาอยู่ห้องนี้ก็ยังไงไม่ทราบ" ไม่อยากจะพูดว่าฉันค่อนข้างเรื่องมากกับเรื่องแบบนี้ 

"พรุ่งนี้จะมาที่นี่แปดโมง ขอให้ตรงเวลา และ Chuc Ngu Ngon (ราตรีสวัสดิ์)" 

 

= = = = = = = = = = = = = = = =

บรรณานุกรม

http://th.wikipedia.org/wiki/เฝอ

http://xn--q3cs6acu.blogspot.com/2010/06/literature-temple.html

http://th.wikipedia.org/wiki/ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม 

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=plin&month=05-10-2007&group=13&gblog=54

http://xn--q3cs6acu.blogspot.com/2010/06/ngoc-son-temple.html

http://www.oceansmile.com/Vietnam/HanoiTour.htm

http://travel.thaiza.com/ลัดเลาะถนน-36-สาย-ย่านโบราณกรุงฮานอย/263692/

กับข้อมูลที่จำได้จากหนังสือ เข้านอกของใน โดยคุณ ฆัสรา ขมะวรรณ มุกดาวิจิตร สำนักพิมพ์วิภาษากับเกร็ดเล็กน้อยในเวียดนาม

ตอนนี้หาจากร้านหนังสือที่ไปประจำไม่เจอแล้ว ....แต่นิสัยของฟุคคิดว่าอิงมาจากหนังสือเล่มนี้แหละ

= = = = = = = = = = = = = = = =

เพิ่มเติมเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับคาร์แร็คเตอร์ของฮานอย:

-เงียบๆแบบนี้แต่เสียงดังในบางโอกาส  เพราะตัวเมืองที่อึกทึกและคนพลุกพล่านมาก

- คุ้นชินกับที่เก่าๆ ชอบทำความสะอาด และที่สำคัญตื่นเช้าตีห้าขึ้นมากายบริหาร จากนั้นขับมอเตอร์ไซค์ไปจ่ายตลาด (….)

- เวลายังไงก็ต้องเป็นเวลา

คุยกันอีกนิด: 

-ระหว่างที่เขียนไปเปิดเพลงนี้บิวท์อารมณ์ไปด้วย.. แม้ว่าเนื้อหาจะไม่เกี่ยวอะไรกันเลยก็ตาม 

 

"One lonely crescent moon, you are somewhere far away
While I anticipate your return, halfheartedly missing you
Waiting for your arrival, waiting for your love
To complete this moon" (Nua Vang Trang -  Như Quỳnh English Translated)

-การบ้านอันนี้ทำให้เรารู้หลายอย่างมาก โดยเฉพาะจุดโหว่ที่เราเขียนเอาไว้ในประวัติ โดยเฉพาะนามสกุลที่ค้นไปค้นมาแล้วพบว่า ราชวงศ์ที่สถาปนาทังลอง (หรือฮานอย) ขึ้นมานั้นคือราชวงศ์ Ly แต่เราใช้แซ่ของฟุคเป็นนามสกุลที่คนเวียดนามส่วนใหญ่ใช้ Nguyen แทน

-อาหารรอติดตามเอนทรี่หน้า หรือเอนทรี่ถัดไปเนอะ (แยกเอาไว้สามเอนทรี่น่ะ) จะส่งทันไหมเนี่ย!

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เขียนเลยแฮะ TvT เราควรทำให้เสร็จก่อนเปิดเทอมล่ะเนอะ 

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

Recommend