Frauleinfaust View my profile

[MIE-MISSION]-(7) Wihelmina Zheng

posted on 09 Dec 2013 12:51 by bitter-kurosuiren

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ 

 

Wilhelmina Zheng and Own Han VS Kirsch Oistrach 

 

 

3d turn : firecrackers's and pulsation voice , bullet and kaleidoscope illust

 

..เสียงประทัด..

                ..กับเสียงเครื่องจับชีพจรที่ค่อยๆ หยุดลง… ดังปี๊บ..... สู่อากาศอันบางเบา

                เหนือน่านฟ้าท่าอากาศยานนานาชาติ Paris-Charles de Gaulle , ฝรั่งเศส

                วิลเฮมินาสะดุ้งตื่นขึ้นเพราะเสียงแหลมบาดหู เมื่อลืมตาเสียงนั้นก็จางลง มาพร้อมกับแรงดันอากาศ ตอนนี้เธอโดยสารอยู่บนเครื่องบิน ภาพจากกระจกด้านนอกคือปุยเมฆที่บังภาพเบื้องล่างซึ่งเป็นท่าอากาศยาน เธอจับรอยแผลเป็นที่ลำคอโดยไม่ได้ตั้งใจ ‘จะไม่ให้พลาดแบบคราวที่แล้วอีกเด็ดขาด’ เธอปลดล็อกมือถือและเปลี่ยนโหมดจากเครื่องบินเป็นปกติ  คู่ที่ทำภารกิจจากสำนักงานใหญ่มารออยู่ก่อนแล้วที่นี่

                เธอหยิบแฟ้มออกมาเปิดคร่าวๆจากเป้ใบใหญ่ ข้อมูล ของ”คนๆนั้น” รวมถึงแผนที่เมือง (และอะไรอีกเยอะแยะที่อยากจะถามจริงๆเถอะว่าเอามาด้วยทำไม) เธอมองยังชายที่อยู่เบาะข้างอย่างระมัดระวังเล็กน้อย เขาหลับอยู่ ..อย่างน้อยในตอนนี้ กระเป๋าขนาดใหญ่นั้นยังมีปืน Baretta 90TWO อยู่ภายในแต่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิดภายในพจนานุกรมภาษาฝรั่งเศสที่ถูกเจาะเป็นร่องลึกตรงกลาง สมุดบันทึก กล้องถ่ายรูป ผู้คนนั่งกันเงียบๆ เมื่อเครื่องลงจอดผู้คนก็ทยอยออก รวมถึงเธอด้วย เธอกดโทรออกที่โทรศัพท์ เมื่อรอสัญญาณและเมื่อได้ยินเสียงปลายสายทักทายมา

                “คุณฮาน ดิฉันมาถึงแล้วค่ะ..”

 

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อราวชั่วโมงที่แล้ว..

วิลเฮมินารู้สึกได้ถึงความร้อนและกลิ่นของไอดินปืนของบาเร็ตต้าที่มือ เมื่อครู่นี้เองที่เธอไล่ยิงเป้าหมาย ก่อนที่จะมองลอดด้วยมุมมองจากข้างตึก ดูเหมือนว่าเขากำลังใส่กระสุนเพิ่ม? หรือบาดเจ็บไปแล้ว? ก่อนที่จะสลับกับมองฮานที่อยู่ข้างๆอีกทีเป็นเชิงว่า ‘ดูท่าทางจะจับเป็นตานี่ได้ยากแล้วล่ะ’ ในเวลาแบบนี้คำพูดกลับไม่หลุดออกจากปาก ความรู้สึกในตอนนี้เป็นความรู้สึกที่มึนงงพอๆกับที่กำลังจะเหนี่ยวไก

โดยสัญชาตญาณบางอย่างแล้วทำให้รู้ว่าไม่ควรที่จะยิงโดยที่ไม่จำเป็น อดีตแพทย์หญิง – หญิงสาวผู้ถูกเรียกขานว่า“เฟาสต์” มองลอดกรอบแว่นที่ออกจะมัวเล็กน้อย “เขาน่าจะใส่กระสุนเพิ่มอยู่ค่ะคุณฮาน ถ้าตอนนี้เขาหายไป ..ไม่มีทางเลย”  


“ถ้าเป็นเขาแล้วคงไม่หนีไปง่ายๆหรอกครับ” คู่สนทนาพึมพำด้วยเสียงเบาตามประสาคนพูดน้อย ฮานเป็นคนที่ดูเหมือนว่าจะเข้าง่ายในทีแรก แต่ก็นั่นแหละ.. ความเงียบของเขาอาจเกิดจากความคิด และเป็นคู่ทำภารกิจที่ดีกว่าที่คาด ในตอนนี้มือของเขาก็ถือปืนเอาไว้เช่นเดียวกัน  จากนั้นเสียงปืน Steyr MP 34 จากกีเคอชดังขึ้นถี่ยิบ คาดการณ์ว่าไม่นานกระสุนของอีกฝ่ายจะหมดลง ห่ากระสุนจากปืนกลยิงทะลุพื้นดังปุๆ ก่อนที่จะเห็นอีกฝ่ายจากจุดที่ไกลจากสายตา หากมองไม่ผิดเขากำลังบาดเจ็บที่แขนข้างนึง แขนเชิ้ตของเขามีเลือดแห้งกรัง เขาใช้แขนข้างที่ยังใช้การได้พยุงปืนและใช้แขนข้างที่ถูกยิงเหนี่ยวไก  

                ไม่แน่ใจว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ การยิงปะทะยังดำเนินต่อไป และโดนไม่กี่แผล.. เห็นจะสามสี่แผลได้แต่เป็นแผลถากๆ กีเคอชพยายามที่จะเบี่ยงหลบได้ตลอด เสียงเปรี้ยะดังขึ้นก่อนที่ที่กระสุนกระแตกโดนแว่น กระจกร้าวแต่ทว่ายังไม่แตกกระจาย

                เศษกระจกบางส่วนค่อยๆหลุดออกมา เธอมองทุกอย่างเป็นภาพฝ้า แต่ก็ยังคงยิงต่อเนื่องที่ละนัดต่อไป พร้อมกับแผลจากครั้งที่หมอบและถูกกระสุนเฉี่ยวตามร่างกาย       

ตอนนี้ฉันกำลังอยู่ในเศษของอดีตที่ค่อยๆรวมตัวกัน


“ความตาย” มันเป็นสิ่งที่ไม่ใกล้มนุษย์ แต่ทว่ามันก็ไม่ใกล้เกินที่จะเอื้อม ฉันรู้ความจริงในข้อนี้ดี.. ตั้งแต่ความทรงจำที่ตอนเด็กเคยขาดหายไปเพราะเหตุผลบางอย่าง คนรอบข้างบางคน งานในโรงพยาบาล หรือแม้แต่พ่อ.. ฉันนึกถึงตอนที่อยู่บนดาดฟ้าของตึกสูงที่ค่อนข้างเก่าในเขตพักอาศัย ทุกครั้งที่ฉันหยิบปืน.. “คนที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่คนที่เก่งกาจมีความสามารถหรอก” คนที่ฉันเรียกว่าพ่อพูดพลางกลั้วหัวเราะ “แต่คือคนที่เขาจะทำสิ่งที่เขาเชื่อไปจนกว่าจะหมดลม” เขาเล่าให้ฟังจากการจับผู้ร้าย ซึ่งบางคนไม่ยอมรับไม่ว่ายังไงเกิดขึ้น โลกเบื้องหลังฉากนั้นสิ่งที่มืดดำ

ฉันได้ยินเสียงเหมือนกับเครื่องจับชีพจรหยุดลงในหู

            มันเป็นเสียงแหลมเสียดแทงเข้าไปภายใน

            เธอหยิบกระสุนออกมา แล้วใส่มันลงไปอีกครั้ง ปืนกระบอกนี้ใช้สำหรับการยิงทีละนัด อีกฝ่ายใช้ปืนกึ่งปืนกล รูปการณ์ตอนนี้ค่อนข้างเสียเปรียบ  จนในสมองคิดแผนการ เปลี่ยนแผน ปลิดชีพอีกฝ่าย?


                …ไม่

               แม้ว่าเธอจะได้ละทิ้งตัวตนก่อนหน้านี้มาแล้ว

            “เธอชอบทำอะไรที่เกินไปในบางอย่าง เหมือนกับพ่อของเธอ ..แต่ว่าเธอก็อ่อนโยน” เสียงหนึ่งในห้วงทรงจำ ความคิด

            ถ้าไม่ใช่หน้าที่ ถึงยังไงฉันก็ไม่สามารถฆ่าคนได้ 


                “คุณคิดยังไงกับเขางั้นเหรือคะ?” หญิงสาวถาม เพื่อรอฟังคำตอบของอีกฝ่าย ก่อนที่เสียงกระสุนจะเงียบไปอีกครั้ง.. พร้อมกับเลือดที่ไหลซึมออกจากแขนซ้าย.. เสียงของเธอเหมือนกับเสียงเบาๆและปลิวจางหายไป เหมือนกับเสียงเครื่องชีพจรในความฝันนั่น 

 

ดูเหมือนว่าฉันจะเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร “ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย”

            ก่อนที่ฉันจะมาเป็นเอเจนต์ฝึกหัด เพราอะไรนะ? เรื่องที่จะสืบล่ะนะ ในตอนนั้นถ้าไม่วู่วามเข้าไปเองคงไม่เดือดร้อนขนาดนี้  หนึ่งปีที่เบาะแสของคนกลุ่มนั้นยังมาให้เห็นเรื่อยๆ หลายคนที่ฉันทำร้ายเขาลงไปอาจจะเกี่ยวกับคนพวกนี้ มากหรือน้อย หรืออาจจะไม่เกี่ยวเลยด้วยซ้ำ

                สุดท้ายสิ่งๆที่ตัวเองคิดว่าหล่อเลี้ยงชีวิตอยู่นั้น  จากความโกรธ กลายเป็นความที่ต้องการจะรู้ ที่มาของโค้ดเนมที่ผู้อื่นใช้เรียกขาน “เฟาสต์” ความอยากรู้ที่บางทีไม่แน่ใจว่าจะรู้ไปทำไม และอาจเป็นภัยต่อตนเอง เปลี่ยนชีวิตของคนคนหนึ่งไปเลย ถึงมันจะเป็นเรื่องต้องห้าม ยาพิษ สำนวนที่คนอื่นใช้เรียกแบบนั้น หรืออย่างไรก็ช่าง 

            “ทุกครั้งทีเหนี่ยวไกไปเพราะอะไร” คำถามที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในพายุกระสุนต่อไปหลังจากนี้อย่างฉันอาจจะต้องหาคำตอบ มือของฉันเผลอกำโครงแว่นที่ร้าวบิ่นในกระเป๋าเสื้อนั้น..

               T.B.C.

 

(รอจนกว่าผลคะแนนจะออก ) 

 


 

 

 

ตอนเขียนเสร็จก็แอบตกใจว่า "มันเสร็จแล้วเรอะ" <<ผู้ที่วันเดดไลน์ยังคงเบลอๆกับพล็อตอยู่ ขอโทษที่ส่งเลทนะคะ *กราบ*

ตอนนี้สลับกับอดีตของเจ๊เยอะทีเดียว อาจเป็นเพราะว่าเขียนฉากปะทะให้ยาวๆ ดูไม่ถนัด และบ่นกับตัวเองหลายยกอีกในทวิตเตอร์ 

ส่วนตัวแล้ว ซักวันหนึ่งฉันต้องเขียนเอนทรี่ว่าด้วยเรื่องก่อนที่จะมาเป็นเอเจนต์ให้ได้ ..ในซักวันหนึ่งค่ะ (;v;)

 

และอีกอย่างก็ "ย้ายฐานทัพ" แล้วนะคะ (แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไร)

 http://faustuseblog.wordpress.com

ก่อนหน้านี้สมัครบล็อกแยกค่ะ แต่เพราะเกิดเหตุขัดข้อง Log in ไม่ได้ และช่วงนั้นกระแสย้ายบ้านไปอยู่ WP กันหมด จะอัพเกี่ยวกับชีวิตประจำวันและรูปวาดเรื่อยเปื่อยค่ะ

ส่วนที่นี้ยังอัพเดตเกี่ยวกับคอมมูอยู่ค่ะ (อันที่จริงมันก็น่าจะเป็นบล็อกคอมมูแต่แรกแล้วไม่ใช่เรอะ..)

 

แล้วพบกันใหม่ค่ะ 


 

 

           

                 

           

                 

                

 

Comment

Comment:

Tweet

Recommend